ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัด

ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัด

ประวัติจังหวัดมุกดาหาร

 

        เจ้าจันทรสุริยวงษ์และพรรคพวกได้ตั้งอยู่ที่บ้านหลวงโพนสิม ใกล้พธาตุอิงฮังทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (ดินแดนลาว) ต่อมาอีกหลายสิบปี จนได้ถึงแก่กรรม เจ้าจันทกินรี ผู้เป็นบุตร ได้เป็นหัวหน้าปกครองต่อมา จนถึง พ.ศ. 2310 ได้มีนายพรานคนหนึ่งข้ามโขงมาทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงปากห้วยบังมุก ได้พบเมืองร้าง วัดร้างและพบต้นตาล 7 ยอดอยู่ริมฝั่งโขง เห็นว่าเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์กว่าดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง อีกทั้งในแม่น้ำโขงตรงปากห้วยบังมุกมีปลาชุมชุมอีกด้วย จึงกลับไปรายงานให้เจ้าจันทกินรีหัวหน้าทราบ เจ้าจันทกินรีได้พาพรรคพวกข้ามโขงมาดูก็เห็นว่าคงเป็นที่ตั้งเมืองโบราณมาก่อน และเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์กว่าทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง จึงได้พากันอพยพจากบ้านหลวงโพนสิมมาตั้งบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงปากห้วยบังมุก

เมื่อเริ่มถากถางหักร้างพงเพื่อตั้งเมืองขึ้นใหม่ ได้พบพระพุทธรูป 2 องค์อยู่ใต้ต้นโพธิ์ริมฝั่งโขง พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กเป็นพระพุทธรูปโลหะหล่อด้วยเหล็กเนื้อดี จึงได้พร้อมกันสร้างวัดขึ้นใหม่ในบริเวณวัดร้างริมฝั่งโขง และขนานนามวัดที่สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า วัดศรีมุงคุณ(ศรีมงคล) และได้ก่อสร้างกุฏิวิหารขึ้น ในบริเวณวัดพร้อมกับได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสององค์ที่อยู่ใต้ต้นโพธิ์ริมฝั่งโขงขึ้นไปประดิษฐาน บนพระวิหารของวัด ต่อมาปรากฎว่าพระพุทธรูปโลหะ (องค์เล็ก) เกิดปาฎิหาริย์กลับลงไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ที่ตั้งเดิมอีกถึง 3-4 ครั้ง ในที่สุดพระพุทธรูปองค์เล็กนั้นก็ค่อยๆ จมหายลงไปใต้ดิน คงเห็นแต่ยอดพระเกศโผล่ขึ้นมาให้เห็นอยู่ใต้ต้นโพธิ์ริมฝั่งโขง จึงได้พร้อมกันสร้างแท่นสักการะบูชาครอบไว้ในบริเวณนั้น และขนานนามพระพุทธรูปองค์นั้นว่า พระหลุบเหล็ก ปัจจุบันบริเวณที่พระหลุบเหล็กจมดินได้ถูกกระแสน้ำเซาะตลิ่งโขงพังลงไปหมดแล้ว (คงเหลือแต่แท่นสักการะบูชาที่ยกเข้ามาเก็บรักษาไว้หน้าพระวิหารของวัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน)

 

ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ก่ออิฐถือปูนและได้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานอยู่บนพระวิหารของวัดศรีมุงคุณ ชาวเมืองได้ขนานนามว่า “พระเจ้าองค์หลวง” เป็นพระประธานของวัดศรีมุงคุณ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนนามเป็น วัดศรีมงคลใต้ ตลอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

เมื่อครั้งตั้งเมืองขึ้นใหม่ในเวลากลางคืน ได้มีผู้พบเห็นแก้วดวงหนึ่งสีสดใสเปล่งแปลงเป็นประกายแวววาวเสด็จ(ลอย) ออกจากต้นตาล 7 ยอดริมฝั่งโขง ล่องลอยไปตามลำน้ำโขงแทบทุกคืน จวบจนใกล้รุ่งสว่างแก้วดวงนั้นจึงเสด็จ(ลอย) กลับมาที่ต้นตาล 7 ยอด เจ้าจันทกินรีจึงได้ขนานนามแก้วศุภนิมิตดวงนี้ว่า แก้วมุกดาหาร เพราะตั้งเมืองขึ้นริมฝั่งโขงตรงปากห้วยบังมุกอีกทั้งได้มีผู้พบเห็นไข่มุก อยู่ในหอยกาบ(หอยกี้) ในลำน้ำโขงอีกด้วย เจ้าจันทกินรีจึงให้ขนานนามเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ว่า เมืองมุกดาหาร ตั้งแต่เดือน 4 ปีกุน จุลศักราช 1132(พ.ศ.2313) อาณาเขตเมืองมุกดาหารครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงจนจรดแดนญวน (รวมเขตของแขวงสุวรรณเขตของดินแดนลาวด้วย)

 

ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรีเมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ได้แผ่แสนยานุภาพขึ้นมาถึงแถบลุ่มแม่น้ำโขง จนถึง พ.ศ. 2321 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกฯ และเจ้าพระายาจักรียกกองทัพขึ้นมาตามลำน้ำโขง เพื่อปราบปรามและรวบรวมหัวเมืองใหญ่น้อยในสองฝั่งแม่น้ำโขงให้รวมอยู่ในข้าขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้ เจ้าจันทกินรี เป็น พระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรกและได้พระราชทานนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร


ตราประจำจังหวัด
 รูปปราสาทสองนางสถิตย์ ประดิษฐานแก้วมณีมุกดาหาร

          ภายในมีปราสาทชื่อ สองนางสถิตย์ ภายในปราสาทองค์กลางมีแก้วมุกดาหารอยู่บนพาน ใต้พานมีผ้าทิพย์รองรับ หน้าผ้าทิพย์มีอักษรไขว้ชื่อย่อจังหวัด ในปราสาทองค์ริมทั้งสองข้าง มีบายศรียนตะลุ่มอันเป็นเครื่องบูชาของชาวอีสาน เบื้องหลังมีพระธาตุพนมซึ่งจังหวัดมุกดาหารแยกมา และเคยอยู่ในอาณาจักรโคตรบูรณ์เดียวกัน มีแนวแม่น้ำโขงอยู่ด้านหลัง ด้านตะวันออก พระอาทิตย์กำลังทอแสงหลังหมู่ก้อนเมฆ 2525 เป็นปีที่ตั้งจังหวัดมุกดาหาร


ดอกไม้ประจำจังหวัดมุกดาหาร

 

 

ดอกช้างน้าว

คำขวัญประจำจังหวัด
                             หอแก้วสูงเสียดฟ้า ผาเทิบแก่งกะเบา   แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน  กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา    ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน


ที่ตั้งและอาณาเขต

          จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ทั้งหมด ๔,๔๐๗ ตร.กม. หรือ ๒,๗๑๒,๔๐๐ ไร่ อยู่ห่างกรุงเทพมหานคร ๖๔๒ กิโลเมตร มีแม่น้้าโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศ ความยาวประมาณ ๗๒ กม. โดยตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองของ สปป.ลาว ดังนี้ อ.เมืองมุกดาหาร ตรงข้ามเมืองไกสอนพมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต อ.หว้านใหญ่ ตรงข้ามเมืองไชยบุรี แขวงสะหวันนะเขต อ.ดอนตาล ตรงข้ามเมืองไชยภูทอง แขวงสะหวันนะเขต โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้

ทิศเหนือ          ติดต่อกับอ้าเภอนาแก อ้าเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และอ้าเภอเต่างอย จังหวัด     สกลนคร

ทิศใต้             ติดต่อกับอ้าเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร อ้าเภอชานุมาน จังหวัดอ้านาจเจริญ และ     อ้าเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

ทิศตะวันออก    ติดต่อกับแขวงสะวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีแม่น้้าโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน  ทิศตะวันตก

ติดต่อกับอ้าเภอเขาวง อ้าเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และอ้าเภอเมยวดี     จังหวัด ร้อยเอ็ด

 

ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่ ทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัดเป็นที่ราบสูง ทิศตะวันตกมีเทือกเขาภูพานมีลักษณะเป็นป่าไม้ บางแห่งเป็นป่าทึบ ส่วนทิศตะวันออกเป็นที่ราบสลับป่าไม้ และมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความยาวประมาณ ๗๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ราบร้อยละ 20 ของพื้นที่จังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 953,300 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 35.15 ของพื้นที่จังหวัด

จังหวัดมุกดาหาร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 52 ตำบล 476 หมู่บ้าน จำนวนประชากร จังหวัดมุกดาหาร มี  349,875คน (เมษายน 2560)

อำเภอในจังหวัดมุกดาหาร
1.อำเภอเมืองมุกดาหาร แบ่งเป็น 13 ตำบล , 128 หมู่บ้าน ประกอบด้วย เทศบาลเมือง/ตำบล มุกดาหาร ,ศรีบุญเรือง ,บ้านโคก ,บางทรายใหญ่ ,โพนทราย ,ผึ่งแดด ,นาโสก ,นาสีนวน ,คำป่าหลาย ,คำอาฮวน ,ดงเย็น ,ดงมอน , กุดแข้
2.อำเภอนิคมคำสร้อย แบ่งเป็น  7 ตำบล , 66 หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล นิคมคำสร้อย ,นากอก ,หนองแวง ,กกแดง ,นาอุดม ,โชคชัย ,ร่มเกล้า
3.อำเภอดอนตาล แบ่งเป็น 7 ตำบล , 48 หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล ดอนตาล ,โพธิ์ไทร ,ป่าไร่ ,เหล่าหมี ,บ้านบาก ,นาสะเม็ง ,บ้านแก้ง
4.อำเภอดงหลวง แบ่งเป็น 6 ตำบล , 51  หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล ดงหลวง ,หนองบัว ,กกตูม ,หนองแคน ,ชะโนดน้อย ,พังแดง
5.อำเภอคำชะอี แบ่งเป็น 9 ตำบล , 69 หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล บ้านซ่ง ,คำชะอี ,หนองเอี่ยน ,บ้านค้อ ,บ้านเหล่า ,โพนงาม ,เหล่าสร้างถ่อ ,คำบก ,น้ำเที่ยง
6.อำเภอหว้านใหญ่ แบ่งเป็น 5 ตำบล , 43 หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล หว้านใหญ่ ,ป่งขาม ,บางทรายน้อย ,ชะโนด ,ดงหมู
7.อำเภอหนองสูง แบ่งเป็น 6 ตำบล , 42 หมู่บ้านประกอบด้วยเทศบาลตำบล/ตำบล หนองสูง ,โนนยาง ,ภูวง ,บ้านเป้า ,หนองสูงใต้ ,หนองสูงเหนือ

ลักษณะภูมิอากาศ
การเริ่มต้นและสิ้นสุดมรสุมทั้งสองชนิดอาจผันแปรไปจากปกติได้ในแต่ละปี สภาพภูมิอากาศทั่วไป แบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู ดังนี้
1. ฤดูร้อน ระหว่างกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม
2. ฤดูฝน ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม
3. ฤดูหนาว ระหว่างกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
ฤดูร้อน
          เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนจากมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และเป็นระยะที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะ เดือนเมษายน ดวงอาทิตย์อยู่เกือบตรงศีรษะในเวลาเที่ยงวัน ท้าให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์เต็มที่ สภาวะ อากาศจึงร้อนอบอ้าวทั่วไป จะมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง แต่บางครั้งมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปก คลุมท้าให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นกับมวลอากาศร้อน ซึ่งก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชก แรงหรืออาจมีลูกเห็บตกก่อให้เกิดความเสียหายได้ พายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในฤดูนี้มักเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า”พายุ ฤดูร้อน
ฤดูฝน
          เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศ ต่ำพาดผ่านประเทศไทยท้าให้มีฝนชุกทั่วไป ร่องความกดอากาศต่ำนี้ปกติจะพาดผ่านภาคใต้ในเดือนพฤษภาคม แล้วจึงเลื่อนขึ้นไปทางเหนือตามล้าดับจนถึงช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน จะพาดผ่านอยู่บริเวณประเทศจีน ตอนใต้ ท้าให้ฝนในประเทศไทยลดลงระยะหนึ่ง และเรียกว่าเป็นช่วงฝนทิ้ง ซึ่งอาจนานประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หรือบางปีอาจเกิดขึ้นรุนแรงและมีฝนน้อยนานนับเดือน ในเดือนกรกฎาคมร่องความกดอากาศต่ำจะเลื่อนกลับลง มาอีกครั้งท้าให้มีฝนชุกต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน จนกระทั่งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้า มาปกคลุมแทนที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณกลางเดือนตุลาคมจะเริ่มมีอากาศเย็นและฝนลดลง

ฤดูหนาว
เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคมและในช่วงกลางเดือนตุลาคมนานราว 1-2 สัปดาห์จะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว อากาศจะแปรปรวนไม่แน่นอนโดยเริ่มมีอากาศเย็นหรือบางครั้งอาจยังมีฝนฟ้าคะนองได้ สำหรับมุกดาหารอากาศ หนาวจัดในช่วงเดือนมกราคม

ภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดมุกดาหาร

ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหารปี 2559 ชะลอตัวร้อยละ 9.41 เมื่อเทียบกับการขยายตัว ร้อยละ 13.75 ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ภายในจังหวัดจากภาคการลงทุน ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม สาหรับเศรษฐกิจด้านอุปทานขยายตัวจากภาคเกษตรกรรม การค้าชายแดน และการใช้จ่ายภาครัฐ ในขณะที่ภาคบริการและการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนหดตัว ส าหรับ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของจังหวัดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการจ้างงานลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในจังหวัด

          เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) ขยายตัวร้อยละ 14.15 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งมาจากการผลิต ที่สำคัญดังนี้

  1. 1. ภาคเกษตรกรรม ขยายตัวร้อยละ 28.74 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณผลผลิต ของภาคการเกษตรที่ส าคัญมีปริมาณเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย

1.1 ปริมาณผลผลิตอ้อย มีจ านวน 1,839,473.52 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีจ านวน 1,100,287.10 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.18 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนราคาอ้อยเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 900.83 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ราคาเฉลี่ยตันละ 851.90 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.74 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

1.2 ปริมาณผลผลิตยางพารา มีจ านวน 33,813.30 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีจ านวน 33,048.12 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.69 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามพื้นที่เปิดกรีดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา ตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพารา ระยะเวลาด าเนินการ มกราคม 2559 – กันยายน 2560 เป็นผลให้มี ปริมาณยางพาราออกสู่ตลาดมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนราคายางพาราเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 46,427.04 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ราคาเฉลี่ยตันละ 44,207.87 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.02 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของประเทศคู่ค้า

1.3 อาชญาบัตรโคเนื้อ มีจ านวน 2,701 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีจ านวน 2,087 ตัว หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.42 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยจ านวนอาชญาบัตรโคเนื้อเพิ่มสูงขึ้นตามความนิยม ของผู้บริโภค ส่วนราคาโคเนื้อเฉลี่ยอยู่ที่ตัวละ 37,941.67 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า ที่ราคาเฉลี่ยตัวละ 38,976.79 บาท

ในขณะที่ปริมาณผลผลิตที่มีการหดตัว ได้แก่ (1) ปริมาณผลผลิตมันส าปะหลัง มีจ านวน 268,588.68 ตัน ลดลงจากปี 2558 ที่มีจ านวน 417,464.52 ตัน หรือลดลงร้อยละ 35.66 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาภัยแล้งและราคาผลผลิตตกต่ าจึงไม่จูงใจให้เกษตรกรบ ารุงรักษาผลผลิตให้ดีเท่าที่ควร ประกอบกับ มีการแบ่งพื้นที่ปลูกพืชชนิดอื่นซึ่งให้ราคาผลผลิตสูงกว่า เช่น อ้อยมากขึ้น ซึ่งราคามันส าปะหลังเฉลี่ยอยู่ที่ ตันละ 1,436.25 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าที่ราคาเฉลี่ยตันละ 2,018.68 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 31.01เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดปลายทางมีความต้องการสินค้าลดลง (2) ปริมาณผลผลิตข้าวนาปีมีจ านวน 188,323.48 ตัน ลดลงจากปี 2558 ที่มีจ านวน 229,368.18 ตัน หรือลดลงร้อยละ 17.89 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากนโยบายการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกพืชให้เหมาะสม โดยมีการแบ่งพื้นที่ปลูกพืชชนิดอื่นเพิ่มขึ้น ส่วนราคาข้าวนาปีเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 12,093.10 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าที่ราคาเฉลี่ยตันละ 12,629.31 บาท หรือลดลงร้อยละ 4.25 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามกลไกราคาของตลาดโลก เนื่องจากสต็อกข้าว ในตลาดมีมากและราคาของประเทศคู่แข่งอยู่ในระดับที่ต่ ากว่า ท าให้ราคาซื้อขายข้าวลดลง ประกอบกับมีการ เปิดเสรีการน าเข้าข้าวสาลีส่งผลให้ราคาผลผลิตการเกษตรที่ทดแทนกันได้ปรับตัวลดลง (3) อาชญาบัตรสุกร มีจ านวน 13,052 ตัว ลดลงจากปี 2558 ที่มีจ านวน 14,447 ตัว หรือลดลงร้อยละ 9.66 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนราคาสุกรเฉลี่ยอยู่ที่ตัวละ 6,628.75 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ราคาเฉลี่ยตัวละ 6,265.21 บาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5.80 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้น

  1. 2. การผลิตภาคอุตสาหกรรม ชะลอตัวร้อยละ 6.16 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวร้อยละ9.89 โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมจ านวน 112.74ล้านกิโลวัตต์ ต่อชั่วโมงชะลอตัวร้อยละ 1.51 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากโรงงานแปรรูปไม้หลายแห่งในจังหวัดปิดตัวลง อย่างไรก็ตามจำนวนเงินลงทุนในภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่า 5,155.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 4,685.16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.34 โดยเป็นโรงงานแปรรูปผลผลิตสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม มีจำนวน 378 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวน 371แห่ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.33ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ คอนกรีตผสมเสร็จ ดูดกรวยดูดทราย เพื่อรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร
  2. 3. ภาคการบริการ หดตัวร้อยละ 8.28 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาจาก

3.1 ยอดขายจากธุรกิจการค้าส่งค้าปลีกในจังหวัดมีมูลค่า 31,796.49ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 35,675.35 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 10.87 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

3.2 จ านวนนักท่องเที่ยวที่เข้าชมหอแก้วมีจำนวน 80,751 คน ลดลงจากปี 2558 ที่มีจำนวน 87,758คน หรือลดลงร้อยละ 7.98

3.3 ภาษีมูลค่าเพิ่มการบริการโรงแรมมีมูลค่า 1.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากมูลค่า 1.31 ล้านบาท ชะลอตัวร้อยละ 23.43 และจำนวนนักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ชะลอตัวร้อยละ 0.46 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สาเหตุเนื่องมาจากกระทรวงการเงิน สปป.ลาว ออกข้อกำหนดเก็บภาษีร้อยละ 10 ของราคาสินค้านำเข้าทุกรายการ ส่งผลให้ประชาชนของ สปป.ลาว ชะลอการเดินทางและซื้อสินค้าจาก ประเทศไทย ประกอบกับ สปป.ลาว ยกเลิกการท าสัมปทานป่าไม้ทำให้ผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องมีรายได้ลดลง รวมทั้ง ประเทศไทยยกเลิกงานประเพณีรื่นเริงต่างๆ ทำให้การเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลง

เศรษฐกิจด้านอุปสงค์(การใช้จ่าย)ของจังหวัดมุกดาหารในปี 2559 ชะลอตัวร้อยละ 3.99 เมื่อเทียบกับ ปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจาก

  1. 1. การบริโภคภาคเอกชน หดตัวร้อยละ 5.62 โดยพิจารณาจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ มีมูลค่า322.89 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 352.09 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 8.29 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายสินค้าจากธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่ลดลง ประกอบกับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ มีจำนวน 10,194 คัน ลดลงจากปี 2558 ที่มีจำนวน 10,314 คัน หรือลดลงร้อยละ 1.16 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
  2. 2. การลงทุนภาคเอกชน ชะลอตัวร้อยละ 0.68 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาจาก ปริมาณสินเชื่อเพื่อการลงทุนมีมูลค่า 9,338.46 ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 9,587.19 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.49 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ประกอบกับ ผู้ประกอบการรายใหญ่นิยมใช้บริการสินเชื่อเพื่อการลงทุนจากส านักงานใหญ่ ที่มีเงื่อนไขหรือส่วนลดที่ดีกว่าการขอ สินเชื่อกับสาขาธนาคาร

ส่วนภาคการใช้จ่ายที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่

  1. 3. การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อพิจารณาจากการเบิกจ่ายเงินงบประมาณจำนวน 5,459.34ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 4,487.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.41 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจาก มาตรการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) และโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ (โครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท) ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณงบลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (ตุลาคม – ธันวาคม 2559) โดยการเบิกจ่ายงบลงทุนมีจำนวน 2,718.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก จำนวน 1,911.66 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.20 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ แขวงการทางมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร และโครงการชลประทานมุกดาหารตามลำดับ ส่วนการเบิกจ่ายงบประจำมีจำนวน 2,740.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 2,576.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.40 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
  2. 4. ด้านการค้าชายแดนจังหวัดมุกดาหาร ปี 2559 มีมูลค่า 133,560.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 80,740.61 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 65.42 โดยมีมูลค่าการส่งออกจำนวน 72,580.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มูลค่า 34,914.48 ล้านบาทหรือขยายตัวร้อยละ 107.88 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความสะดวกในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศปลายทาง ทั้งเส้นทางการขนส่ง สินค้าและพิธีการของด่านศุลกากรมุกดาหาร สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ หน่วยประมวลผลข้อมูล แผ่นวงจรพิมพ์ ส่วนประกอบของกล้อง และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น สำหรับมูลค่าการนำเข้ามีจำนวน 60,980.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 45,826.13ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.07เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สินค้าที่มี การนำาเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ทองแดงบริสุทธิ์ส่วนประกอบของกล้อง พลังงานไฟฟ้า และหน่วยประมวลผลข้อมูล

เทศกาลและงานประเพณี
1. งานรวมเผ่าไทยมุกดาหาร มะขามหวานชายโขง

          จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามกับแขวงสวันเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงมีชาวไทยเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่หลายเผ่า อาทิ ผู้ไท โซ่ ย้อ ข่า กะเลิง กุลา ซึ่งแต่ละเผ่าล้วนแล้วแต่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของตนเอง นอกจากนี้มุกดาหารยังเป็นแหล่งกำเนิดมะขามหวานพันธุ์ดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน หากแต่ยังขาดการส่งเสริมในด้านการตลาด ดังนั้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีของท้องถิ่นและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร จึงได้จัดงานรวมเผ่าไทยมุกดาหาร มะขามหวานชายโขง ขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม รวม 7 วัน 7 คืน โดยงานจะจัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกิจกรรมระหว่างงานมีขบวนแห่ ซึ่งใช้ผู้ฟ้อนนับร้อยคนแต่งการด้วยชุดประจำเผ่า มีการประกวดมะขามหวาน การประกวดธิดาเผ่าไทย การออกร้านของหน่วยงานต่างๆ และการแสดงพื้นเมือง เป็นต้น

  1. 2. ประเพณีการแข่งเรือ

การแข่งเรือของจังหวัดมุกดาหารเป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยจัดขึ้นในลำน้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ-15 ค่ำ เดือน 11 ที่บริเวณเขื่อนริมโขง ถนนสำราญชายโขง การแข่งเรือนี้จัดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การแข่งเรือเร็ว โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่ เรือรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ระยะทางแข่งยาว 3 กิโลเมตร เรือทุกลำเป็นเรือขุดท้องกลม อีกประเภทหนึ่งคือ การแข่งเรือประเภทสวยงาม โดยตกแต่งเรือให้สวยงามตลอดลำ โดยเฉพาะจะเน้นที่หัวเรือ การแข่งเรือทั้งสองประเภทนี้ ในแต่ละปีจะมีเรือเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก และได้รับความสนใจจากชาวมุกดาหาร และประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการแข่งเรือมิตรภาพไทย-ลาว โดยมีเรือจากแขวงสวันเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาร่วมแข่งเป็นประจำทุกปี

ของฝาก/ของที่ระลึก

ของฝากที่มีชื่อเสียงของมุกดาหาร ได้แก่ มะขามหวาน หมูยอ มะม่วงแช่น้ำผึ้งกิมกิม เหล่านี้คือของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ทั่วไป นอกจากนี้แล้วสินค้าที่ผ่านแดนจากฝั่งลาว และสินค้าพื้นเมืองบางอย่าง เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าขาวม้า หมอนขิต ยังหาซื้อได้บริเวณฝั่งแม่น้ำโขง  และบริเวณใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร